สำหรับประชาขน

การดูแลผิวทารกแรกเกิด

บทความโดย :รศ.นพ.มนตรี อุดมเพทายกุล ศูนย์ผิวหนัง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร)


ที่มาภาพ : https://www.maerakluke.com/topics/3370

การดูแลผิวของทารกแรกเกิด ควรให้การดูแลเช่นเดียวกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากการทำงานของผิวหนังของทารกยังไม่สมบูรณ์เต็มที่นัก และมีชั้นผิวหนังที่บางกว่าเด็กโตและผู้ใหญ่ จึงทำให้การเป็นเกราะป้องกันอันตรายจากสิ่งต่างๆ ที่เด็กสัมผัสไม่สมบูรณ์เต็มที่ รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกัน การทำลายหรือขับสารต่างๆ ก็ยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงก่อให้เกิดการอักเสบจากสารระคายเคือง สารก่อภูมิแพ้และเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ตลอดจนก่อให้เกิดความเป็นพิษในระบบต่างๆ ในร่างกายได้ การดูแลได้แบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้

การอาบน้ำให้เด็กทารก

สิ่งที่ต้องเตรียมคือ ภาชนะขนาดพอเหมาะกับลูกน้อยของเรา เตรียมน้ำร้อนเพื่อผสมกับน้ำประปา ให้ได้อุณหภูมิไม่ร้อนหรือเย็นเกินไปสำหรับลูก โดยทฤษฎีอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 34-36 องศาเซลเซียส แต่ในทางปฏิบัติกระทำได้โดย เมื่อผสมน้ำร้อนกับน้ำประปาให้ได้ประมาณ 2 ใน 3 ของความจุอ่าง ใช้มือคนน้ำให้เข้ากัน ใช้ข้อศอกของเราจุ่มลงในอ่าง เพื่อทดสอบความอุ่น ให้รู้สึกอุ่นกำลังดี ไม่ร้อนเกินไป ก็จะได้น้ำที่พอเหมาะสำหรับลูก ในเด็กทารกแรกเกิดจนถึง 2 ปี ควรแช่ในอ่างน้ำไม่เกิน 5 นาที ในเด็กที่โตกว่านั้น ไม่เกิน 10-15 นาที

การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว (Cleansers)

ถ้าลูกมีผิวแห้ง แพ้ง่าย มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ หรือเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาจจะอาบน้ำเปล่า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ชำระล้างที่อ่อนโยนสำหรับผิวซึ่งไม่ใช่สบู่ (non-soap) ที่ประกอบด้วยสารชำระล้างที่อ่อนโยน ความเป็นกรดด่าง ( pH ) ประมาณ 4-6 ไม่เติมสี แต่งกลิ่น ควรหลีกเลี่ยงสบู่ก้อนเพราะมีสารชำระล้างที่ระคายต่อผิว ทำให้ผิวแห้ง และความเป็นด่างสูง อาจจะเกิดผื่นคันอักเสบได้ เว้นเสียแต่ถ้าเป็นเด็กทารกผิวปกติ อาจใช้สบู่ก้อนหรือสบู่เหลวที่ผลิตสำหรับใช้กับวัยทารก ซึ่งจะมีลักษณะกลิ่นหอมอ่อนๆ มีฟองน้อย เนื่องจากราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์ชำระผิวชนิดอ่อนโยนที่ไม่ใช่สบู่ดังกล่าว

การเลือกครีมให้ความชุ่มชื้นผิว (Moisturizers)

ควรเลือกตำรับที่ไม่แต่งสีแต่งกลิ่นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะทารกที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือมีผิวแพ้ง่าย เพราะอาจก่อการแพ้ได้ ให้เลือกรูปแบบของครีม โลชั่นน้ำนมแล้วแต่ความชอบ เนื้อโลชั่นน้ำนมหรือครีมทาได้ง่าย รวดเร็วกว่า ซึมได้เร็วกว่า แต่ถ้าผู้ที่มีผิวแห้งมากหรือในช่วงฤดูหนาวที่อากาศแห้งมากอาจใช้เนื้อครีมที่ข้นขึ้นหรือเป็นเนื้อขี้ผึ้ง จะได้ผลป้องกันการระเหยของน้ำจากผิวและคงความชุ่มชื้นได้ดีกว่า แต่เนื้อขี้ผึ้งอาจมีข้อเสียคือ ทายากกว่าและเหนียวเหนอะกว่า นอกจากนี้ราคาของผลิตภัณฑ์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเลือกผลิตภัณฑ์นี้ การทาสารให้ความชุ่มชื้นผิวให้ทาหลังจากอาบน้ำให้ลูกและเช็ดตัวให้แห้งพอหมาดทันทีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

ปัจจุบันมีครีมให้ความชุ่มชื้นผิวหลายขนาน ที่มีส่วนผสมของวิตามิน ไขมัน หรือสารสกัดจากสมุนไพรที่มีฤทธิต้านการอักเสบ อาจใช้เป็นทางเลือกในรายที่มีผิวหนังคันอักเสบที่เป็นน้อยหรือปานกลางได้

การดูแลสายสะดือ

การดูแลที่ถูกต้อง ก่อนสายสะดือจะหลุดออกไป (ส่วนใหญสายสะดือจะหลุดประมาณ 5-10 วัน หลังทารกเกิด) ได้แก่ หลังอาบน้ำควรซับให้แห้ง ทำความสะอาด ป้องกันการติดเชื้อโดยอาจทาด้วยน้ำเกลือ หรือแอลกอฮอล์หรือ น้ำยาสีชมพูอ่อนใส (chlorhexidine), น้ำยาสีม่วง (triple dye) ซึ่งได้รับจากโรงพยาบาลที่ทารกเกิด ให้มาดูแลต่อที่บ้าน

การดูแลหนังศีรษะ

แชมพูอาจไม่จำเป็นต้องใช้ หรืออาจใช้ชนิดเดียวกับที่ทำความสะอาดตัวก็ได้ ควรระวังเข้าตาลูกเพราะทำให้ระคายเคืองตาได้หรืออาจเลือกสูตรไม่ระคายเคืองต่อดวงตา สำหรับทารกที่มีสะเก็ด ขุย หรืออักเสบที่หนังศีรษะ(โรคซีบอรีอิค เดอมาไตติส หรือเรียกสั้นๆว่าเซบเดิร์ม) การใช้น้ำมันซึ่งอาจเป็น mineral oil, น้ำมันพืช (น้ำมันมะกอก, น้ำมันมะพร้าว) ทานวดศีรษะ แล้วใช้หวีแปรงผมหรือหนังศีรษะก่อนทำความสะอาดผมและหนังศีรษะ จะช่วยให้ผื่นหายเร็วขึ้น

การดูแลผิวหนังบริเวณซอกต่างๆ

บริเวณซอกต่างๆอาจจะอับชื้น และเกิดการเสียดสี ทำให้เกิดการอักเสบได้ หมั่นทำความสะอาดทุกครั้งที่อาบน้ำและซับให้แห้งจะช่วยได้ สำหรับแป้งฝุ่นซึ่งมักใช้เพื่อดูดซับความชื้นนั้น โดยทั่วไปอาจไม่จำเป็น เพราะแป้งฝุ่นประกอบด้วย ผงแมกนีเซียมไตรซิลิเคท อาจจับเป็นก้อนและทำให้ผิวทารกเกิดการถลอกจากการเสียดสี และอาจสูดผงแป้งเข้าปอดก่อให้เกิดการอักเสบได้

ข้อควรระวังในการใช้ยาทาภายนอก

เนื่องจากผิวของทารกมีความบอบบางกว่าเด็กโตและผู้ใหญ่ มีพื้นที่ผิวกายเทียบกับน้ำหนักมากกว่าผู้ใหญ่ 5-7 เท่า ระบบการทำลายยาที่ผิวหนังและอวัยวะต่างๆยังไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจนอาจเกิดเป็นพิษ หรือผลข้างเคียงต่อทั้งระบบผิวหนัง และระบบอื่นๆในร่างกายได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะการทาในบริเวณกว้าง การใช้ยาทาเพื่อรักษาโรค อาทิ สเตียรอยด์ จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกร

สรุป

การดูแลผิวทารกที่ถูกต้องจะช่วยให้ผิวหนังของทารกมีความแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคผื่นอักเสบ การติดเชื้อ และความเป็นพิษจากยาทาภายนอก และผลิตภัณฑ์ทาผิวต่างๆได้


เอกสารอ้างอิง รองศาสตราจารย์ นายแพทย์มนตรี อุดมเพทายกุล.การดูแลผิวทารกแรกเกิด ใน:เวชศาสตร์ผิวพรรณในวัยเด็ก พ.ศ. 2558 พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์ จำกัด : หน้า 41-61.