สำหรับประชาขน

การใช้ครีมกันแดดในเด็ก

บทความโดย :พญ.นุชนาฏ มหเมธากิจ


ที่มาภาพ : http://www.mamaexpert.com

การปกป้องผิวลูกน้อยจากแสงแดดมีความสำคัญมาก ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน มีแสงแดดตลอดทั้งปีในแต่ละวันมีแดดจ้าวันละกว่า 8 ชั่วโมงผู้ปกครองอาจทราบกันดีอยู่แล้วว่าแสงแดดนั้นเป็นแหล่งวิตามินดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและทราบ หรือไม่ว่าถ้าเราได้รับแสงแดดที่มากเกินไปสามารถทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายตามมาได้โดยพบว่าผลกระทบต่อผิวเด็กมีมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจาก ผิวเด็กนั้นบอบบางและเม็ดสีเมลานินที่ช่วยดูดซับแสงแดดในเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ทำให้เด็กมีความไวต่อรังสียูวีมากกว่าผู้ใหญ่

ผลกระทบจากแสงแดดนั้นมีทั้งแบบเฉียบพลันเช่นการแสบแดงลอกไหม้แดด (sunburn) หรือโรคแพ้แดดซึ่งเกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลต รวมไปถึงผลกระทบระยะยาวจากการโดนแดดสะสมเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังได้ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญ กับการปกป้องผิวลูกน้อยจากแสงแดด การใช้ครีมกันแดดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างหนึ่งในการปกป้องผิวลูกน้อย จากการทำร้ายของแดด

รังสียูวีคืออะไร

รังสีไวโอเลตในแสงแดด ได้แก่ รังสี UVA, UVB และ UVC รังสี UVA นั้นมีความเข็มสูง สามารถซึมเข้าถึงชั้นหนังแท้ได้ และสามารถทะลุผ่านกระจก หรือเสื้อผ้าได้ เป็นส่วนสำคัญ ในการทำให้เกิดผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย ริ้วรอยเหี่ยวย่น (premature aging skin) รังสี UVB เป็นตัวการสำคัญในการทำให้ผิวไหม้แดด(sunburn) และทำร้าย ดีเอ็นเอในเซลล์ผิวได้ส่วนรังสี UVC จะได้รับการกรองจากชั้นบรรยากาศ จึงไม่มีผลกระทบต่อผิวหนัง นอกจากผิวหนังแล้วยูวียังเป็นอันตรายต่อดวงตา โดยเฉพาะ UVB ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า arc eye คือรู้สึกเหมือนมีทรายเข้าตาหรือถ้ารุนแรงกว่านั้นอาจทำให้เป็นโรคต้อกระจก (cataract) ได้

การเลือกซื้อครีมกันแดดในเด็กต้องพิจารณาอะไรบ้าง

ครีมกันแดดที่มีขายกันแพร่หลายในท้องตลาดโดยทั่วไปมักมีทั้ง organic filter และ inorganic filterที่ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากรังสี UV โดย organic filter ทำงานโดยการดูดซับรังสีป้องกันไม่ให้แสง UV เข้าไปในชั้นผิว ได้แก่ avobenzone, oxybenzone, Ecamsule (Mexory) และ PABA derivatives เป็นต้นส่วน inorganic filter ทำงานโดยการสะท้อนกระจายแสงออกเพื่อไม่ให้กระทบผิวโดยตรงได้แก่ zinc oxide และ titanium oxide ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVAUVB และอาจรวมถึง visible light ด้วยผู้ปกครองสามารถเริ่มทาครีมกันแดดในเด็กได้ ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป เนื่องจากยังไม่มีการ ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยในเด็ก ที่อายุน้อยกว่า 6เดือน

ผู้ปกครองควร เลือกครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของ inorganic filter เป็นหลักปราศจากน้ำหอม และที่สำคัญผลิตภัณต์ที่เลือกต้องผ่านมาตราฐานการรับรองว่าเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผิวเด็ก

SPF คืออะไร

SPF ย่อมาจาก sun protection factor เป็นการคำนวณความสามารถในการป้องกันรังสี UVB เช่น SPF 30 หมายถึง คนที่ปกติผิวไหม้แดดหลังจากสัมผัสแดดระยะเวลาหนึ่ง เมื่อทาครีมกันแดดที่ SPF 30 สามารถอยู่ในแดดได้นานขึ้น 30 เท่า ของระยะเวลาเดิมที่ทำให้ ผิวใหม้แดดได้โดยทั่วไปแล้วแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไปเพื่อการปกป้องแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้ว PA คืออะไร

PA ย่อมาจาก Protection grade of UVA เป็นความสามารถในการป้องกันรังสี UVA ซึ่งจะมีสี่ระดับ คือ PA+, PA++, PA+++, PA++++

5 เทคนิคในการทาครีมกันแดดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด

  1. ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ มากที่สุดควรทา 2mg/cm2 หรือประมาณเท่าเหรียญสิบบาททั่วใบหน้า
  2. อย่าลืมทาครีมกันแดดที่ใบหูและหลังคอ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มักถูกละเลย และอาจเกิดภาวะไหม้แดดที่ตำแหน่งดังกล่าวได้
  3. ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป
  4. ควรทาครีมกันแดดอย่างน้อย 30 นาทีก่อนออกแดด และหลังออกแดด 30 นาทีควรทาซ้ำเพื่อการปกป้องสูงที่สุด
  5. หากทำกิจกรรมกลางแจ้งเหงื่อออกมาก หรือ กิจกรรมทางน้ำควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

นอกจากการใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวลูกน้อยจากแสงแดดแล้ว ยังมีข้อควรปฏิบัติเพื่อปกป้องผิวลูกน้อยจากแสงแดด ได้แก่

  1. หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 11.00-15.00น. เนื่อจากเป็นช่วงเวลาที่มี ความเข็มของรังสียูวีมากที่สุดระหว่างวัน
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งหรือถูกแดดโดยตรงโดยเฉพาะในเด็กเล็ก
  3. สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิดเพื่อปกป้องผิวหนังจากแสงแดด
  4. กางร่ม สวมหมวก หรือ อยู่ในที่ร่ม