สำหรับประชาขน

เรื่อง สิว สิว

บทความโดย :พญ.ปาจรีย์ ฑิตธิวงษ์




ที่มาภาพ : https://www.ovolva.com

สิว เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการเข้าสู่วัยรุ่นของเด็ก โดยจะพบว่ามีสิวขึ้นที่ใบหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอื่นๆ เช่นเต้านมโต หรือการเริ่มมีประจำเดือนสิวจะพบในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนา แน่น เช่นที่ใบหน้า ที่บริเวณหลังส่วนบน หัวไหล่ และหน้าอกสิวจะเกิดที่บริเวณส่วนกลางใบหน้าก่อนหรือที่เรียกว่า T-zone แล้วจึงกระจายไปบริเวณแก้ม ขากรรไกรหรือบริเวณส่วนอื่นๆเมื่อสิวหายอาจจะเป็นรอยดำคล้ำอยู่ชั่วคราวหรือบางรายอาจกลายเป็นแผลเป็น เช่นเป็นหลุมสิว หรือแผลเป็นคีลอยด์

สิวเกิดจากหลายกระบวนการร่วมกัน ทั้งการได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นทำให้ต่อมไขมันที่อยู่ในรูขุมขนสร้าง sebum มากขึ้นจนเกิดการอุดตันรูขุมขนและมีเชื้อแบคทีเรียP.acnesเพิ่มจำนวนมากขึ้นทำให้มีการอักเสบเกิดขึ้นกลายเป็นสิวอักเสบ

การรักษาสิวจะใช้ยาทาเป็นหลักได้แก่ยาทาBenzoyl peroxide gel 2.5%หรือ5%ทาวันละ 1-2ครั้ง ให้ทายาทิ้งไว้5-15 นาทีแล้วล้างออกเพื่อลดการระคายเคือง หรืออาจใช้คู่กับยาทา retinoids เช่นยาทาtretinoin cream 0.025%, 0.05%ทาบางๆวันละ1ครั้งก่อนนอน มีผลข้างเคียงที่พบได้แก่ทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองจึงควรเว้นการทาบริเวณมุมปากและรอบตา นอกจากนี้อาจเพิ่มยาทาชนิดantibioticsเพื่อช่วยลดเชื้อP. acnesบนใบหน้าและยายังมีฤทธิ์ลดการอักเสบของสิวได้ยาที่ใช้ได้แก่ยาทาชนิดclindamycin 1%ใช้ทาวันละ 1-2ครั้ง กรณีที่สิวมีการอักเสบมากขึ้น เป็นตุ่มแดงใหญ่ขึ้น หรือเริ่มเป็นหัวหนองหรือเป็นก้อนซิส แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานเพิ่มเติมแต่ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองโดยไม่พบแพทย์

การดูแลผิวหน้าเมื่อเป็นสิว ควรล้างหน้าไม่มากกว่า 2ครั้งต่อวัน ไม่ใช้สารฟอกขัดเช่นโฟมล้างหน้าที่ผสมเม็ดบีดเพราะจะทำให้ผิวหน้าระคายเคืองและอักเสบมากขึ้น เมื่อเริ่มใช้ยาทารักษาสิวควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งใช้ยาและติดตามดูแลเพื่อปรับยาให้เหมาะสม การใช้ยาทาretinoids ควรทาสารกันแดดด้วยทุกเช้า

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์มายืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคอาหารหลายชนิดเช่น นมสด ช๊อคโกแลต อาหารที่มีน้ำตาลสูงหรือมีแป้งเป็นส่วนประกอบมากว่าเป็นสาเหตุให้สิวกำเริบการใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์กับผิวหน้าบางชนิดอาจทำให้รูขุมขนอุดตันและทำให้เป็นสิว